เพชร 5 ตัง ราคาเท่าไหร่ และมีขนาดอย่างไร

เพชร อัญมณีอันมีค่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดและหาได้ยาก ทำให้มีราคาสูง โดยเฉพาะการนำมาเจียระไน ขึ้นเรือนทำเป็นเครื่องประดับให้ดูสวยงาม ยิ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้ดูแพงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผู้สวมใส่หรือได้ครอบครองดูดี มีสง่า ราศีด้วย อย่างไรก็ตาม เพชร ที่จำหน่ายขายกันอยู่ในปัจจุบันนั้น มีหลายขนาด และมีราคาที่แตกต่างกันออกไป แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าเพชร  เพชร 5 ตัง ราคาเท่าไหร่ หนักกี่กรัม และมีขนาดอย่างไร  โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

เพชร มีหน่วยเป็นกะรัต (Carat) และตัง (Point) โดยเพชร 1 กะรัต เทียบเท่ากับ 100 ตัง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าหน่วยดังกล่าวนี้ คือ ขนาดของเพชร แต่ในความเป็นจริงแล้วกะรัตและตัง บ่งบอกน้ำหนักของเพชรเท่านั้น เพชรบางเม็ดมีขนาดใหญ่ แต่อาจมีน้ำหนักเบา จึงทำให้มีราคาถูกกว่าเพชรที่มีขนาดเล็กแต่น้ำหนักมากกว่า ส่วนคำถามที่ว่าเพชร 5 ตัง หนักเท่าไหร่นั้น โดยปกติแล้วเพชร 1 กะรัต จะหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 มิลลิเมตร ดังนั้น เพชร 5 ตัง จึงหนัก 10 มิลลิกรัม หรือ 0.05 กะรัต โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 มิลลิเมตร ส่วนเพชร 10 ตัง จะมีน้ำหนัก 20 มิลลิกรัม หรือ 0.10 กะรัต มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.9 มิลลิเมตร นั่นเอง

โดยปัจจัยหนักในการกำหนดราคา คือ 4C ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกใช้กัน ประกอบไปด้วย

  • Color สีของเพชร
  • Carat น้ำหนักของเพชร
  • Clarity ความใสของเพชร
  • Cut การเจียระไนเพชร

เพชร 5 ตัง เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นแหวนเพชร ใช้ในการมงคลสมรส หรืองานหมั้น ตลอดจนซื้อเป็นของขวัญให้คู่รัก หรือเก็บสะสมเป็นของมีค่า สามารถนำมาขายทำกำไรได้ในอนาคต สำหรับคนที่ต้องการซื้อเพชร แต่มีงบประมาณต่ำหว่า 30,000 บาท แนะนำเพชร 5 ตัง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการซื้อเพชร ก็คือ ควรเลือกร้านขายเพชรที่มีคามน่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะต้องได้รับเพชรแท้ 100 % รวมถึงเพชร ควรมีใบ Certificate ประกอบมาด้วย นอกเหนือจากใบเซอร์ที่มีความสำคัญ ใบรับประกันก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเกิดความเสียหายต่างๆ ขึ้น บางร้านมีใบรับประกันสินค้า โดยลูกค้าสามารถคืนหรือเปลี่ยนใหม่ได้ตลอดเวลา ช่วยทำให้เกิดความคุ้มค่าและไม่เสียความรู้สึก

ทั้งหมดนี้ ก็พอจะตอบข้อสงสัยของใครหลายคนได้แล้วว่าหน่วยของเพชร คืออะไร และเพชร 5 ตัง เพชร 10 ตัง หรือเพชร 1 กะรัต มีน้ำหนักเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของราคาที่ไม่ได้วัดกันที่ขนาด แต่วัดกันที่น้ำหนัก บางครั้งราคาของเพชรก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการเจียระไนด้วย ยิ่งเพชรน้ำร้อยหรือเพชรที่มีสีขาวใส จะมีราคาแพง แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่าเพชร แฟนซี หรือเพชรที่มีหลายสีสันอยู่ดี เนื่องจากเพชรแฟนซี ค่อนข้างหายากกมากว่า จึงทำให้มีราคาสูงนั่นเอง

Related Post